Home สังคมนักเรียน/นักศึกษา เคล็ดลับ สอบติด

กระทู้นี้ประกอบด้วย 0 ข้อความตอบกลับ มี 1 เสียง และอัปเดตครั้งสุดท้ายโดย  ผู้หญิงบ้าน บ้าน ไร้รัก 1 ปี, 6 เดือน มาแล้ว

  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #661 คะแนน: 0

    ทริกที่ 1 : เรามันคนมี “สไตล์”
    จำไว้ว่า “จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน” (คุ้นๆ ไหมคะ เหมือนเพิ่งเจอใน O-NET ไทย ^^”) Portfolio ไม่จำเป็นต้องอลังมากไปนะคะ เห็นบางคนยกบ้านมาไว้ในพอร์ตเลย O_O! ทำเป็นภาพ Pop-up ถ้าเวลาเหลือเยอะ ปิดเทอมว่างๆ ไม่มีอะไรทำ แล้วมันออกมาสวยเลิศ พี่เมก้าก็สนับสนุนค่ะ แต่ถ้าทำแล้วเละ – -” อย่าเด็ดขาด!! มันทั้งเสียเวลาและไม่คุ้มกับเม็ดเงินอย่างยิ่ง! เอาเป็นว่ากำหนดธีมมาเลยดีกว่าว่า “เราจะออกแบบ Portfolio สไตล์ไหน”

    เริ่มตั้งแต่ตัวรูปเล่ม ทั้งเล่มไม่ควรวางเนื้อหา ภาพ สี ตัวอักษร แบบสะเปะสะปะ มันดูรกตา ควรจะเป็นไปในแนวเดียวกันเพื่อความเป็นระเบียบและน่าอ่าน ลองถามตัวเองดูว่า เราจะเน้นคุมโทนยังไง? เล่นสีฉูดฉาดร้อนแรงไหม? ลงเอิร์ธโทนแฝงความเรียบหรู หรือสมูธดาร์กคมเข้มแต่นุ่มนวล? ครีเอตได้ตามชอบเลย ไว้พอได้สไตล์รวมๆ แล้วค่อยมาหาวิธีทำปกและรูปเล่มเจ๋งๆ ให้โดดเด่นกว่าคนอื่นทีหลัง เพราะเราไม่มีผลงานในสต็อกเลย อย่างน้อยตัวเล่มก็ต้องดูดีสะดุดตาคณะกรรมการไว้ก่อน

    ทริกที่ 2 : Concept ชัดทะลุจอ
    ตอนนี้เนื้อหาใน Portfolio เรามันโล่งมากกก เปรียบเทียบชัดๆ คือมะพร้าวที่ไม่มีเนื้อเหลือแต่น้ำ ^^” แต่ไม่ต้องเศร้าใจไปค่ะ เราต้องมองโลกในแง่ดี และรู้จักพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ถ้ามองอีกมุมนึง น้องๆ รู้ไหมว่าตัวเองโชคดีนะ ที่ไม่ได้มีผลงานเยอะจนต้องมาเสียเวลาคัดแยกเป็นหมวดๆ ให้ปวดหัว เมื่อผลงานเราน้อย เราก็วางคอนเซปต์คัดมาเฉพาะเนื้อหาที่มันเด่นๆ อ๊ะๆ อย่าเพิ่งเถียงว่าไม่มีผลงานนะคะ เดี๋ยวพี่เมก้าจะบอกให้ในทริกต่อๆ ไป แต่ตอนนี้มาวางโครงกันก่อน

    วางด้วย Concept เสนอความเป็นตัวเองให้ชัด วิธีถมประวัติส่วนตัว 2 หน้ากระดาษเฉยๆ มันเอาท์ไปแล้ว! น้องๆ ต้องแถมการบอกเล่าในมุมเลิศๆ ไปด้วย เช่น ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของเราสื่อถึงความเป็นนิสิตนักศึกษาคณะนี้มาก กรรมการเห็นก็คงประทับใจ หลายคนเอาตัวรอดด้วยการไปขุดคุณสมบัติเด่นๆ ของผู้เรียนคณะนี้นี่แหละมาเมคขึ้น บางคนจะเข้าคณะที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ก็ proud to present พอร์ต 2 ภาษาเลยค่ะ แสดงความสามารถขั้นสุด ขออย่างเดียวพูดอังกฤษให้ได้ด้วยเผื่อกรรมการถาม

    ทริกที่ 3 : ปล่อยพลังแบบ “คนมีฝัน”
    ไม่ค่อยมีผลงานอะไร แต่แค่มีฝันก็ใช้ได้แล้วนะคะ ส่วนใหญ่เวลาเข้าห้องสอบสัมภาษณ์ครูจะชอบถามว่า “ทำไมถึงอยากเรียนคณะนี้ คาดหวังว่าจะเจออะไร คณะนี้จะตอบโจทย์อะไรเราได้ในอนาคต” คราวนี้น้องๆ ก็ไม่ต้องรอให้ครูถามแล้วค่ะ เขียนไปเลยว่าเราอยากเข้าคณะนี้เพราะอะไร! อาจจะแปะรูปพร้อมข้อความตัวโตๆ ก็ได้ ถ้าน้องๆ มีบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจนะคะ เช่น สอบสัมภาษณ์เข้าคณะพยาบาล แปะรูปฟลอเรนซ์ ไนติงเกล พร้อมข้อความโดนใจและเป้าหมายที่อยากทำในอนาคต เชื่อเลยว่ากรรมการเห็นแล้วต้องยิ้ม ป้อนคำถามใส่ไม่หยุดแน่ อย่าลืมเตรียมคำตอบดีๆ ไว้ด้วยละกันค่ะ

    10 ทริกเมคโอเวอร์ “Portfolio สไตล์คนไม่มีผลงาน” ให้ปังมัดใจกรรมการ
    อีกวิธีหนึ่งน้องบางคนอาจจะใช้วิธีสัมภาษณ์บุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราก็ได้นะคะ แต่อันนี้อาจจะไม่ต้องร่ายยาวแบบ 1 หน้ากระดาษ A4 กรรมการไม่มีเวลาอ่านหรอกค่ะ ใช้วิธีสรุปข้อความ หรือโควทคำคมเด็ดๆ ปิดท้ายด้วยลายเซ็นยืนยันความน่าเชื่อถือมาด้วยก็พอ

    ทริกที่ 4 : ตัวตนคน(ไม่)ธรรมดา
    สำหรับทริกนี้จะขยายขอบเขตความสามารถพิเศษของน้องๆ ให้กว้างขึ้น ด้วยการทำสิ่งที่ธรรมดาให้ไม่ธรรมดาค่ะ ยังไง? ลองคิดดูว่าทั้งชีวิตนี้เราเคยทำอะไรเด็ดๆ มาบ้าง อย่าคิดว่าเรื่องสนุกๆ ที่น้องๆ ชอบทำในวันว่างๆ มันเป็นเรื่องไร้สาระนะคะ พี่เมก้าเจอมาหมดแล้วพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ที่ไม่ใช่เด็กกิจกรรม แต่มีแนวทางของตัวเองอยู่ ยกตัวอย่างเช่น หนูดี เคยเป็นเด็กคลั่งเกมขั้นรุนแรง แต่แค่พลิกนิดเดียว จากชีวิตเด็กติดเกมก็กลายเป็นนักแคสเกมอนาคตไกล สร้างรายได้มหาศาล แถมได้เข้าเรียนตามคณะเป้าหมายที่สนใจด้วย

    นี่ไงพยายามดึงชีวิตที่น้องๆ เคยคิดว่าธรรมดาขึ้นมาทำให้มันพิเศษ สมมติจะไปสอบสัมภาษณ์คณะบริหารธุรกิจ งานอดิเรกคือว่างๆ ชอบทำขนม ถ้าน้องๆ เคยนำขนมไปขาย ได้ลองสำรวจตลาด เรียนรู้วิธีรักษาสแตนด์ดาร์ดสินค้าของร้านตัวเอง ทั้งหมดนี้ก็สามารถนำมาลง Portfolio ได้ จำได้ว่าตอนมัธยมฯ ช่วงปิดเทอมเพื่อนพี่เมก้าเคยออกแบบสมุดไปขายหารายได้เสริม แล้วนางก็เอาไปใส่พอร์ตตอนสัมภาษณ์เข้าสถาปัตย์ด้วยค่ะ ประโยชน์ 2 ต่อ น้องๆ คนไหนสนใจ ก็ลองใส่ความเป็นตัวเองด้านเจ๋งๆ เข้ามาเยอะๆ นะคะ

    ทริกที่ 5 : จัดระบบ “เกียรติบัตร”
    เข้าใจอารมณ์ของน้องๆ ที่ไม่ค่อยมีเกียรติบัตรนะคะ บางคนลุยกิจกรรมมาตั้งแต่ประถม พอขึ้นมัธยมเลยเทซะเลย เบื่อแล้ว! จะเอาเกียรติบัตรตอนประถมมาใส่ก็กลัวว่าจะอับอายเกินไป ทางออกของวิธีนี้คือลองรวบรวมเกียรติบัตรสมัยมัธยมดูก่อนค่ะ บางคนอาจจะบอกว่าผลงานไม่เกี่ยวกับคณะเลย กลัวดูน่าเกลียด อันนี้พี่เมก้าไม่ค่อยเห็นด้วยนะคะ มีเท่าไหร่ใส่ไปก่อนเถอะ แล้วเราค่อยมาเติมเนื้อหาส่วนอื่นทีหลัง อย่างน้อยมันก็ช่วยบ่งบอกความสามารถเราได้นะ ตอนเรียงเกียรติบัตรใส่แฟ้ม ก็ช่วยจัดระบบให้เค้าด้วย อย่าทำลวกๆ กรรมการจะคิดว่าเราไม่ใส่ใจค่ะ

    วิธีจัดระบบก็คือแยกประเภทของเกียรติบัตรนั้นๆ ออกจากกันค่ะ อาจจะแบ่งเป็น 2 ประเภท เกียรติบัตรด้านการเรียน เช่น ได้รับรางวัลนักเรียนดี ได้รับรางวัลชนะเลิศแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการ ได้รับรางวัลเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ ฯลฯ เกียรติบัตรด้านกิจกรรม เช่น บำเพ็ญประโยชน์ เข้าค่ายธรรมะ ชนะประกวดออกแบบกระทง ฯลฯ น้องๆ อาจจะทำตารางสรุปแยกรายชื่อรางวัลที่ได้รับไว้ 1-2 หน้า A4 แล้วสแกนภาพเกียรติบัตรแนบตามมาทีหลังอีกแผ่นละ 1-2 ฉบับก็ได้นะคะ

    ทริกที่ 6 : ภาพสวยด้วยมือเรา
    อย่าบอกนะว่า “ไม่ค่อยมีผลงาน แล้วยังไม่ได้ถ่ายรูปอีก!” _ _zzZ ตายแป๊บ เอาล่ะ! พี่เมก้ารู้ว่าน้องๆ หลายคนเป็นแบบนี้จริงๆ เวลาร่วมกิจกรรมอะไรไม่ค่อยชอบถ่ายรูปค่ะ อาจจะเป็นเพราะว่ากลัวฝีมือการถ่ายรูปของตัวเอง ^^” ถ้าน้องๆ คนไหนมีอาการแบบนี้นะคะ พี่เมก้าแนะนำให้ตามเก็บรูปถ่ายกิจกรรมที่เราและเพื่อนๆ เคยไปเข้าร่วมทั้งหมด จะน้อยนิดอะไรก็ช่างเถอะ รวบรวมมาก่อน ถ้าถามว่าจะไปหามาจากไหน?
    มี 3 วิธี คือ 1. เพื่อนเราเอง (ในห้องต้องมีสักคนที่ชอบถ่ายภาพมากๆ) 2. เพื่อนตากล้องประจำโรงเรียน (คอยถ่ายภาพกิจกรรมทั้งหลาย) 3. เว็บไซต์โรงเรียน (มีภาพถ่ายสวยๆ คุณภาพดีเยี่ยมมากมาย) เป็นยังไงคะน้องๆ แค่นี้ก็ได้ภาพถ่ายเจ๋งๆ มาแล้ว ไฟล์ภาพที่ได้มาจะมืดจะเบลอแค่ไหนลองมาปรับแต่งให้คมชัดดู แล้วก็อย่าใส่ภาพมาเฉยๆ นะคะ เขียนคำอธิบายสั้นๆ มาด้วยว่า ในภาพนี้เรากำลังทำอะไร ถ้าจะให้ดีเขียนประโยชน์แนบว่ากิจกรรมนี้ให้อะไรกับเราบ้าง เชื่อว่ากรรมการอยากรู้

    ทริกที่ 7 : พื้นที่อวดของ
    ใครกำลังท้อแท้กับพื้นที่ในพอร์ตที่ว่างโหรงเหรงเพราะไม่มีผลงาน พี่เมก้าขอสั่งให้ปลุกวิญญาณตัวเองขึ้นมาเลย เดี๋ยวนี้!! ไม่มีผลงานตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสมอไปค่ะ สร้างมันขึ้นมาใหม่เลย เอาให้เกี่ยวกับคณะที่เราจะเข้านี่แหละค่ะ สมมติจะไปสอบสัมภาษณ์เข้าโฟโต้งี้ เคยลองออกไปถ่ายภาพรึยัง? ถ้ายังก็สะพายกล้องออกไปเลยค่ะ พอได้รูปมาก็เอาใส่พอร์ตไว้ หรือจะสอบสัมภาษณ์เข้าอักษรฯ เคยสร้างงานเขียนแต่ละประเภทมาก่อนไหม? ถ้ายังไม่เคย ลองสร้างบล็อกเขียนรีวิว แต่งนิยาย แล้วแคปภาพมาอวดลงพอร์ต แค่นี้ก็มีของแล้วอย่าไปคิดมากค่ะ ผลงานต่างๆ แสดงถึงตัวตนของเรา แม้กระทั่ง Mind Map โครงงานวิชาการ จัดบอร์ดในห้องเรียน งานสร้างเว็บไซต์ งานเขียนโปรแกรม ฯลฯ ที่คุณครูสั่งให้ทำเป็นการบ้าน ทั้งหมดนี้ก็สามารถนำมาเป็นผลงานใส่ Portfolio ของเราได้ อย่าว่างั้นงี้เลย ต่อให้ผลงานไม่ได้เกี่ยวกับคณะที่จะเข้า แต่ถ้าเราแถให้เกี่ยว ยังไงมันก็ใช้ได้ค่ะ

    ทริกที่ 8 : ผลงานระดับ Top ในใจ
    สำหรับข้อนี้พี่เมก้าได้ไอเดียมาจากการสอบสัมภาษณ์เข้าคณะสถาปัตย์ของสถาบันหนึ่งค่ะ ตอนเปิดระเบียบการออกมาจำได้ว่าที่นี่กำหนดสัดส่วนให้คะแนน Portfolio ถึง 20% เลยทีเดียว โดยสิ่งที่ทางคณะคาดหวังมากๆ คือการแชร์ “ผลงานทางสถาปัตย์ที่ประทับใจ” ลงพอร์ต 1 ชิ้น พร้อมเขียนคำอธิบายสั้นๆ นี่เป็นวิธีที่เวิร์คมากๆ เพราะแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่น้องๆ มีต่อคณะนั้นๆ ด้วย ถ้าใครสนใจวิธีนี้ ก็ลองดูได้นะคะ มองไปแล้วเป็นการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นแบบกว้างๆ เลยนะเนี่ย

    ทริกที่ 9 : ส่องช่องทางทำเกียรติบัตร
    งงๆ หมายความว่าไงเนี่ย? พี่เมก้าเชื่อว่าต้องเคยมีน้องบางคนคิดแบบนี้ “ไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย ทำยังไงให้มีเกียรติบัตรใส่พอร์ตดีนะ?” บางคนนี่เกิดความคิดชั่วร้ายแบบเจ้าซานตานเขางอกขึ้นในหัวเลย ก็แค่ยืมเกียรติบัตรเพื่อนมาสแกน แล้วจัดการใช้โปรแกรมเปลี่ยนชื่อเธอให้เป็นชื่อเรา – 0 – ปลอมเกียรติบัตรขึ้นมาซะงั้น!! แบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ พี่เมก้าขอแบนเลย เกิดกรรมการจับได้ขึ้นมา งานเข้าแน่ๆ พี่มีวิธีที่ดีกว่านี้มาฝากค่ะเดี๋ยวนี้โลกออนไลน์เรามีแบบทดสอบดีๆ เปิดให้ทำฟรี แถมเกียรติบัตร รอน้องๆ ไปร่วมสนุกอยู่มากมาย ที่พี่เมก้าเคยลองเล่นนะคะเป็นแบบทดสอบเกี่ยวกับจิตวิทยา ตอนทำก็ใช้เวลาค่อนข้างนานอะค่ะ แต่ทำเสร็จก็ได้ไฟล์เกียรติบัตรที่สวยงามออกมาไง เราก็แค่เอาไปปริ้นท์เก็บใส่พอร์ตได้ นอกจากนี้ยังมีเว็บทำข้อสอบฟรีด้วยนะคะ แค่เราเข้าไปตอบข้อสอบปกติ ทำเสร็จส่งคำตอบครบทุกข้อ ระบบก็จะแจ้งผลคะแนนให้เรารู้ ส่วนใหญ่กฎหลักๆ ก็คือต้องทำคะแนนให้ผ่านตามเกณฑ์ ถึงจะได้เกียรติบัตรไปนอนกอดให้อุ่นใจค่ะ

    ทริกที่ 10 : สร้าง Story ให้พอร์ต
    ปิดท้ายด้วยการสร้างเรื่องราวให้ Portfolio ค่ะ ถ้าน้องๆ ไม่มีผลงานในพอร์ตเป็นชิ้นเป็นอันนะคะ ปิดเทอมยาวๆ แบบนี้ ลองออกไปเที่ยวชมงานต่างๆ เลย พวกนิทรรศการ Open House งานเกี่ยวกับการศึกษา การออกค่ายต่างๆ ไปร่วมงานแบบนี้ เราจะได้แรงบันดาลใจดีๆ ได้เก็บภาพบรรยากาศ รวมถึงผลงานเจ๋งๆ กลับมาใส่พอร์ตมากมาย เพราะในงานก็มักจะมีซุ้มให้ถ่ายภาพ รวมถึงมีแบบทดสอบให้ลองทำ เชื่อว่ากลับมานี่เขียนรีวิวมันส์ๆ ได้เยอะแยะ อย่างน้อยก็ได้แล้วเรื่องหนึ่ง “เส้นทางกว่าจะมาสัมภาษณ์คณะ…” ต้องผ่านการค้นหาตัวเองยังไงบ้าง ^^

    Cr: Dek-D

    แบ่งปันไปยังสังคมออนไนล์
    •  
    •  
    •  
    •  
กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้

แบ่งปันไปยังสังคมออนไนล์
  •  
  •  
  •  
  •